ในช่วงที่ผ่านมาทางสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้มีการเตรียมปรับโครงสร้าง เรื่อง ปรับอัตราเงินสมทบประกันสังคมใหม่ เริ่มต้นใช้ปี 2569 โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ พร้อมสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนที่ได้มากขึ้นเช่นกัน โดยการปรับเงินสมทบประกันสังคมสูงสุดในระยะแรก ผู้ประกันตนจะต้องส่งเงินสมทบสูงสุด 875 บาท

ประกันสังคม ม.33 ปรับสูตรใหม่ สมทบเพิ่ม สิทธิเพิ่ม
สำหรับโครงสร้างการส่งเงินสมทบประกันสังคม (สปส.) ได้มีการปรับโครงสร้างใหม่ ด้วยแนวคิด “จ่ายตามจริง ได้ประโยชน์ตามจริง” โดยในปัจจุบันอัตราค่าจ้างสูงสุดอยู่ที่ 15,000 บาท แต่ภายหลังจากนี้จะมีการปรับใหม่เป็นแบบขั้นบันไดทั้งหมด 3 ระยะ โดยสูตรใหม่ของทางประกันสังคม เริ่มใช้อย่างเป็นทางการในปี 2569 – 2575
แน่นอนว่า การสมทบเงินประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น ก็มาพร้อมกับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งอัตราการสมทบเงินประกันสังคมจะเพิ่มจาก 750 บาท เป็น 875 – 1,150 บาท/เดือน (ปัจจุบันการหักประกันสังคมหักในอัตรา 5% ของเงินเดือน สูงสุด 750 บาท โดยมีส่วนของนายจ้างที่สมทบอีก 5% และรัฐฯ อีก 2.75%)
โดยทางกระทรวงแรงงานได้เสนอร่างกฎหมายปรับขึ้นเพดานเงินสมทบ ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน รวมถึงเป็นไปตามเพดานค่าจ้างขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ความเพียงพอต่อสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับ และการเพิ่มรายได้เพื่อรองรับรายจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นนั่นเอง

การปรับเงินสมทบประกันสังคม ม.33 พร้อมสิทธิประโยชน์
1. ระยะที่ 1
- ช่วงปี 2569 – 2571
- เงินเดือนตั้งแต่ 17,500 บาท
- หักเงินสมทบประกันสังคม 875 บาท
สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น
- เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย 8,750 บาท/เดือน (จากเดิม 7,500 บาท)
- เงินสงเคราะห์คลอดบุตร 26,250 บาท/ครั้ง (จากเดิม 22,500 บาท)
- เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ 8,750 บาท/เดือน (จากเดิม 7,500 บาท)
- เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต 105,000 บาท (จากเดิม 90,000 บาท)
- เงินทดแทนกรณีว่างงาน 8,750 บาท/เดือน (จากเดิม 7,500 บาท)
- เงินบำนาญ (ส่งเงิน 15 ปี) 3,500 บาท/เดือน (จากเดิม 3,000 บาท)
- เงินบำนาญ (ส่งเงิน 25 ปี) 6,125 บาท/เดือน (เจากเดิม 5,250 บาท)

2. ระยะที่ 2
- ช่วงปี 2572 – 2574
- เงินเดือนตั้งแต่ 20,000 บาท
- หักเงินสมทบประกันสังคม 1,000 บาท
สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น
- เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย 10,000 บาท/เดือน
- เงินสงเคราะห์คลอดบุตร 30,000 บาท/ครั้ง
- เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ 10,000 บาท/เดือน
- เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต 120,000 บาท
- เงินทดแทนกรณีว่างงาน 10,000 บาท/เดือน
- เงินบำนาญ (ส่งเงิน 15 ปี) 4,000 บาท/เดือน
- เงินบำนาญ (ส่งเงิน 25 ปี) 7,000 บาท/เดือน
3. ระยะที่ 3
- ช่วงปี 2575 เป็นต้นไป
- เงินเดือนตั้งแต่ 23,000 บาท
- หักเงินสมทบประกันสังคม 1,150 บาท
สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น
- เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย 11,500 บาท/เดือน
- เงินสงเคราะห์คลอดบุตร 34,500 บาท/ครั้ง
- เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ 11,500 บาท/เดือน
- เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต 138,000 บาท
- เงินทดแทนกรณีว่างงาน 11,500 บาท/เดือน
- เงินบำนาญ (ส่งเงิน 15 ปี) 4,600 บาท/เดือน
- เงินบำนาญ (ส่งเงิน 25 ปี) 8,050 บาท/เดือน

สมทบเงินเข้าประกันสังคม ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่บ้าง?
สำหรับการสมทบเงินเข้ากองทุนประกันสังคมในปัจจุบัน เป็นการสมทบเงินในอัตราสูงสุดอยู่ที่ 750 บาท โดยผู้ประกันตนสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีปี 2568 ได้สูงสุด 9,000 บาท และในปี 2569 ที่มีการปรับเพดานใหม่ของอัตราเงินสมทบประกันสังคม ม.33 นั้น ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ แต่หากปรับเงินสมทบแล้ว ก็น่าจะมีการปรับสิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับผู้มีเงินได้เช่นกัน

ทำเงินเดือนพร้อมหักประกันสังคมได้ง่าย ๆ ที่ SMEMOVE
ผู้ประกอบการหรือฝ่ายบุคคลที่ต้องทำเงินเดือน พร้อมหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของพนักงาน โดยเฉพาะการนำส่งประกันสังคมในทุกเดือน เพียงเลือกใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ SMEMOVE ก็สามารถบริหารและจัดการข้อมูลเงินเดือนพนักง่ายได้อย่างง่ายดาย จะนำส่งประกันสังคม หรือหักภาษี ณ ที่จ่ายเงินเดือน ก็ดำเนินการได้ง่าย ๆ ภายในโปรแกรมเดียว
ทดลองใช้ฟรีได้ที่ : SMEMOVE
คู่มือการใช้งาน : HELP
ติดตามบทความอื่นๆของ SMEMOVE.com ได้ที่
บทความบัญชี: smemove.com/blog
Facebook: Facebook.com/smemove.th
Youtube: SMEMOVE








