หนึ่งในข่าวสารวงการบัญชี สิ่งที่หลาย ๆ คนต้องได้ยินมาแล้วก็คือ การกำหนดคุณสมบัติผู้ทำบัญชีใหม่ ปี 2569 จากทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่ได้ออกประกาศว่าด้วย เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 พร้อมเริ่มประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมานี้

คุณสมบัติผู้ทำบัญชีใหม่ ปี 2569 มีอะไรบ้าง?
จากประกาศว่าด้วยคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี ที่ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ พร้อมบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา มีทั้งหมด 6 ข้อด้วยกัน ดังนี้
- มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร
- มีความรู้ภาษาไทยเพียงพอ ที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ทำบัญชีได้
- มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ที่จะประกอบวิชาชีพบัญชี ตาม พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี ปี พ.ศ. 2547
- ไม่เคยต้องโทษจำคุกตามมาตรา 39(3) ของ พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี ปี พ.ศ. 2547
- จบวุฒิการศึกษาด้านบัญชีตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด
- ผ่านการทดสอบ e-Accountant Plus ใหม่ ตามหลักเกณฑ์ที่กรมกำหนด
เงื่อนไขของการเป็นผู้รับทำบัญชีใหม่ 2569
นอกจากการเป็นผู้ทำบัญชี ที่มีคุณสมบัติตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดแล้ว ผู้ทำบัญชีเองก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขตามที่ประกาศกรมฯ กำหนดเช่นกัน ดังต่อไปนี้
- แจ้ง/ยกเลิกธุรกิจที่รับทำบัญชีภายใน 30 วัน นับจากวันที่รับทำหรือวันที่ยกเลิก
- ยืนยันการทำบัญชี โดยดำเนินการได้หลังวันสิ้นรอบบัญชี และแล้วเสร็จก่อนที่นำส่งงบการเงิน
- สามารถรับทำบัญชีได้สูงสุดไม่เกิน 100 งบการเงิน ต่อปีปฏิทิน
- ต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ทางวิชาชีพบัญชี (CPD) ไม่น้อยกว่า 12 ชม./ปีปฏิทิน โดยด้านบัญชีไม่น้อยกว่า 12 ชม. ส่วนจรรยาบรรณไม่น้อยกว่า 1 ชม.
- ต้องแจ้งรายละเอียดการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องกับทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยไม่ต้องไม่เกินวันสิ้นปีปฏิทิน หรือภายในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี
- หากชั่วโมง CPD ไม่ครบ ต้องชดเชยให้ครบสูงสุดไม่เกิน 12 ชม. และต้องเป็นด้านบัญชีทั้งหมด พร้อมนำมานับรวมในปีถัดไป
- หากไม่ประสงค์เป็นผู้ทำบัญชี ต้องแจ้งยกเลิกเป็นผู้ทำบัญชี
- การแจ้งขอกลับมาเป็นผู้ทำบัญชี จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน
ในกรณีที่แจ้งยกเลิกเป็นผู้ทำบัญชีแล้วมีจำนวนชั่วโมงไม่ครบตามที่กรมกำหนด จะต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ให้ครบตามชั่วโมงที่ขาดหายไป

รู้จักการสอบ e-Accountant ของผู้ทำบัญชี
การสอบ e-Accountant ก็คือ การทดสอบความรู้สึกหรับผู้ทำบัญชีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ของทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เพื่อยืนยันคุณสมบัติและความรู้ในสายงานบัญชี โดยผู้ทำบัญชีที่คงสถานะก่อนปี พ.ศ. 2569 และต่ออายุสมาชิกทันตามกพำหนด จะได้รับข้อยกเว้นไม่ต้องผ่านการทดสอบ e-Accountant
แต่หากต่ออายุไม่ทันก็ต้องทดสอบ e-Accountant ก่อน ซึ่งในปัจจุบันมีการอัปเกรดเวอร์ชันใหม่เป็น e-Accountant Plus ที่รวมข้อมูลทุกอย่างเอาไว้ในที่เดียว รวมถึงการตรวจสอบสถานะผู้ทำบัญชีและธุรกิจในประเทศไทยด้วยเช่นกัน
ขอบเขตการทดสอบ e-Accountant ที่ผู้ทำบัญชีควรรู้
สำหรับการทดสอบ e-Accountant จะเป็นการสอบผ่านระบบโดยตรงของทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยข้อสอบเป็นแบบปรนัย แบบเลือกตอบจำนวน 60 ข้อ โดยมีระยะเวลาในการสอบทั้งหมด 90 นาที และผู้ที่ทดสอบจะต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบ โดยมีหัวข้อทดสอบดังนี้
- พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2553 และกฎหมายที่ออกภายใต้ พ.ร.บ. รวมถึงประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่องกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568
- พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 และกฎหมายที่ออกภายใต้ พ.ร.บ. รวมถึงจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี
- หลักการบัญชีเบื้องต้น และมาตรฐานรายงานทางการเงิน
- กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำบัญชีและงบการเงิน

สรุป
จะเห็นได้เลยว่า คุณสมบัติผู้ทำบัญชีใหม่ ปี 2569 มีหลายรายการที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อาทิ ต้องมีการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องด้านจรรยาบรรณไม่น้อยกว่า 1 ชม. ในขณะที่ฉบับก่อนหน้าไม่มี เช่นเดียวกับวันกำหนดยื่นชั่วโมง CPD ที่ตามปกติจะยื่นภายใน 30 มกราคม ของปีถัดไป แต่ฉบับใหม่ต้องยื่นภายในปีปฏิทิน หรือภายในวันที่ 31 ธันวาคม
เพราะฉะนั้น นักบัญชีหรือผู้ทำบัญชีจะต้องติดตามข่าวสาร และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ให้เคร่งครัด เพื่อไม่ให้มีปัญหาในภายหลังนั่นเอง ส่วนเจ้าของธุรกิจหรือนักบัญชี ที่ต้องการบริหารจัดการงบการเงิน หรือทำบัญชีด้วยโปรแกรมบัญชีที่ใช้งานง่าย เพียงเลือกใช้โปรแกรม SMEMOVE ก็สามารถบริหารจัดการงานด้านบัญชีได้ง่าย ๆ
ทดลองใช้ฟรีได้ที่ : SMEMOVE
คู่มือการใช้งาน : HELP
ติดตามบทความอื่นๆของ SMEMOVE.com ได้ที่
บทความบัญชี: smemove.com/blog
Facebook: Facebook.com/smemove.th
Youtube: SMEMOVE








