กองทุนเงินทดแทน คืออะไร พร้อมสิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับ

By posted on August 2, 2026 8:49PM
กองทุนเงินทดแทน คืออะไร พร้อมสิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับ

หนึ่งในสวัสดิการสำหรับพนักงานที่ควรรู้ก็คือ “กองทุนเงินทดแทน” หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “กองทุนเงินทดแทนประกันสังคม” นั่นเอง ซึ่งเชื่อว่าหลาย ๆ คนยังไม่รู้จักกองทุนเงินทดแทน ทั้งหลักการการจ่ายเงิน การสมทบเงินเข้ากองทุน และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เพราะฉะนั้น มาดูกันว่ากองทุนนี้คืออะไร แล้วมีสิทธิประโยชน์อะไรบ้างสำหรับพนักงาน

กองทุนเงินทดแทน คืออะไร

กองทุนเงินทดแทน คืออะไร?

กองทุนเงินทดแทน คือ กองทุนที่จ่ายเงินทดแทนให้กับลูกจ้างแทนนายจ้าง เมื่อลูกจ้างเกิดอันตราย เจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือถึงแก่ความตายจากการปฏิบัติหน้าที่หรือจากการทำงาน โดยการจ่ายเงินค่าทดแทนนี้ไม่มีการกำหนดระยะเวลา สถานที่ แต่จะดูที่สาเหตุที่ทำให้เกิด โดยการสมทบเงินเข้ากองทุนเงินทดแทน ทางนายจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบการจ่ายเงินทดแทนนั้นทั้งหมด

กองทุนเงินทดแทนเป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้สำนักงานประกันสังคม ที่ลูกจ้างและนายจ้างจะต้องสมทบทั้ง 2 ฝ่าย ต่างจากกองทุนเงินทดแทนที่นายจ้างสมทบฝ่ายเดียว 

กองทุนเงินทดแทน ครอบคลุมธุรกิจไหนบ้าง?

สำหรับกองทุนเงินทดแทนนั้น ครอบคลุมกับธุรกิจทุกประเภทที่มีการจ้างแรงงาน ทั้งธุรกิจที่มีความสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุไม่คาดฝัน รวมถึงธุรกิจบริการต่าง ๆ ดังนี้

  • ธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิต เช่น โรงงานอุตสาหกรรม,​ ยานยนต์, เครี่องจักรกล ฯลฯ
  • ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ครอบคลุมทั้งการก่อสร้างอาคาร, ถนน, สะพาน และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ
  • ธุรกิจปลีกและค้าส่ง เช่น ห้างสรรพสินค้า, ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าทั่วไป
  • ธุรกิจโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร
  • ธุรกิจโลจิสติกส์และขนส่งทุกชนิด
  • ธุรกิจการให้บริการและสำนักงาน
  • ธุรกิจการแพทย์และสาธารณสุข
  • ธุรกิจด้านเทคโนโลยีและกลุ่ม Startup

สิทธิประโยชน์ของกองทุนเงินทดแทน

สิทธิประโยชน์ของกองทุนเงินทดแทน

1. ค่ารักษาพยาบาล

เมื่อลูกจ้างประสบเหตุหรือเจ็บป่วย 1 ครั้ง ทางกองทุนเงินทดแทนจะสมทบค่ารักษาพยาบาลให้ โดยจ่ายตามจริงไม่เกิน 65,000 บาท ต่อการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย 1 ครั้ง นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขอื่น ๆ ด้วย ดังนี้

  • การบาดเจ็บรุนแรงหรือเรื้อรัง นายจ้างจ่ายเพิ่มอีกไม่เกิน 150,000 บาท หากไม่พอจ่ายเพิ่มได้อีก 300,000 บาท
  • แต่หากไม่เพียงพอจ่ายรวมกันทั้งสิ้นไม่เกิน 1,000,000 บาท

2. ค่าทดแทนรายเดือน

ทางกองทุนเงินทดแทนจะมีค่าทดแทนให้ 70% ของค่าจ้างรายเดือน โดยไม่เกิน 14,000 บาท โดยมีเพดานค่าจ้างสูงสุด 20,000 บาท โดยมีเงื่อนไข ดังนี้

  • แพทย์ให้หยุดพักรักษาตัว ตั้งแต่วันแรกรวมไม่เกิน 1 ปี
  • สูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกายไม่เกิน 10 ปี
  • ทุพพลภาพตลอดชีวิต
  • ถึงแก่ความตาย หรือสูญหาย 10 ปี

กองทุนเงินทดแทน และค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน

3. ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน

ในกรณีที่มีการฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน หลังจากประสบอันตราย ทางลูกจ้างจะได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเงินทดแทน ดังนี้

  • ค่าใช้จ่ายในด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงานด้านการแพทย์ โดยเป็นค่าใช้จ่ายทางกายภาพบำบัดไม่เกินวันละ 200 บาท ค่าใช้จ่ายกิจกรรมบำบัดไม่เกินวันละ 100 บาท และเมื่อรวมกันต้องไม่เกิน 24,000 บาท
  • ค่าใช้จ่ายในกระบวนการบำบัดรักษาและการผ่าตัด เพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน โดยไม่เกิน 40,000 บาท หากมีความจำเป็นจ่ายเพิ่มขึ้นอีกไม่เกิน 140,000 บาท แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 180,000 บาท
  • ค่าวัสดุอุปกรณ์ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู โดยเป็นไปตามอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด และเมื่อรวมกันแล้วจะต้องไม่เกิน 160,000 บาท
  • ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูสมรรภาพในการทำงานด้านอาชีพ โดยต้องเป็นการฝึกตามหลักสูตรที่ทางสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กำหนและเป็นผู้ดำเนินการให้โดยไม่เกิน 24,000 บาท

4. ค่าทำศพ

กรณีลูกจ้างเสียชีวิตทางกองทุนเงินทดแทนจะจ่ายเค่าทำศพให้ 50,000 บาท (พร้อมกับค่าทดแทน) โดยจ่ายให้กับผู้จัดการศพ ซึ่งอาจจะเป็นคนในครอบครัว หรืออาจเป็นญาติสายตรงก็ได้ แต่ต้องมีหนังสือรับรองการเป็นผู้จัดการศพประกอบ

สรุป

เรียกได้ว่า กองทุนเงินทดแทน เป็นกองทุนที่ให้ความคุ้มครองทั้งลูกจ้างและนายจ้าง เพราะถึงแม้ว่านายจ้างจะเป็นฝ่ายจ่ายเงินเข้ากองทุนเงินทดแทนเพียงฝ่ายเดียว แต่ก็เป็นเงินทดแทนที่ช่วยจ่ายให้ลูกจ้างได้ในยามที่เกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นมา โดยเฉพาะค่าชดเชยต่าง ๆ ที่ช่วยแบ่งเบาทางนายจ้างได้

ทั้งนี้ ไม่ว่าบริษัทจะมีลูกจ้างกี่คนก็ตาม เพราะตามกฎหมายแล้วนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทน เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามมมาตรา 4 (ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2561)

ทดลองใช้ฟรีได้ที่ : SMEMOVE

คู่มือการใช้งาน : HELP

ติดตามบทความอื่นๆของ SMEMOVE.com ได้ที่

บทความบัญชี: smemove.com/blog

Facebook: Facebook.com/smemove.th

Youtube: SMEMOVE