สำหรับโปรแกรมบัญชีออนไลน์ SMEMOVE เป็นโปรแกรมบัญชี ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป ในราคาที่เป็นมิตรได้อย่างง่ายดาย มีความครบครันด้านฟังก์ชันที่สำคัญ และการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน ที่สำคัญคือ ถูกต้องตามหลักการทางบัญชี ใช้งานได้อย่างมั่นใจ ใช้ประกอบการยื่นภาษีและนำส่งงบการเงินกับทางกรมสรรพากรได้อย่างถูกต้อง

แพ็กเกจโปรแกรมบัญชี SMEMOVE
โปรแกรมบัญชี SMEMOVE มีแพ็กเกจให้เลือกทั้งหมด 4 รูปแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งานของผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจ โดยมีทั้งการใช้งานฟรี, แพ็กเกจ Basic, Premium และที่ขาดไม่ได้คือ แพ็กเกจโปรแกรมบัญชี Pro ที่มีความครอบคลุมและรองรับข้อมูลพนักงานได้สูงถึง 45 คน ตอบโจทย์ธุรกิจขนาดกลางหรือกลุ่ม Startup ที่ต้องการใช้งานโปรแกรมบัญชีที่ครบ จบ ในโปรแกรมเดียว

เปรียบเทียบจุดเด่นของโปรแกรมบัญชี SMEMOVE
1. Package Free
- ไม่มีค่าบริการรายเดือน
- เหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไป เช่น ฟรีแลนซ์ หรือธุรกิจขายหน้าร้าน ขายออนไลน์
- รองรับพื้นที่จัดเก็บข้อมูลถึง 200 MB
- ใช้ธีมแบบมาตรฐาน แต่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ด้านบัญชี
- รองรับการออก Payroll ได้สูงสุด 3 คน
- รองรับการใช้งานระบบ HR รวมถึงการใช้งานแอปฯ TIMEMOVE
2. Package Basic
- ค่าใช้จ่าย 199 บาท/เดือน หรือ 1,990 บาท/ปี
- เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก ที่มีพนักงานประจำไม่มาก
- รองรับผู้ใช้งานมากขึ้น สูงสุด 5 Users
- เพิ่มพื้นที่ใช้งานและจัดเก็บข้อมูลเป็น 2 GB
- รองรับจำนวนการออก Payroll ได้มากถึง 15 คน
3. Package Premium
- ค่าใช้จ่าย 399 บาท/เดือน หรือ 3,990 บาท/ปี
- เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก – กลาง มีพนักงานประจำไม่เกิน 30 คน
- สามารถรองรับผู้ใช้งานสูงสุด 10 Users
- พื้นที่ใช้งานและจัดเก็บข้อมูลสูงสุด 3 GB
- รองรับการออก Payroll ได้สูงสุดถึง 30 คน
4. Package Pro
- ค่าใช้จ่าย 699 บาท/เดือน หรือ 6,990 บาท/ปี
- เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางขึ้นไป ที่มีพนักงานหลายตำแหน่ง ไม่เกิน 45 คน
- รองรับผู้ใช้งานระบบสูงสุด 15 Users
- พื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 5 GB
- รองรับการออก Payroll พนักงานประจำได้ถึง 45 คน
5. Package Unlimited
- ค่าใช้จ่าย 1,299 บาท/เดือน หรือ 12,990 บาท/ปี
- ฟังก์ชันครอบคลุมทุกการใช้งาน สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่
- ไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้งาน รวมถึงจำนวนพนักงานในระบบ Payroll
- ไม่จำกัดพื้นที่เก็บข้อมูลบน Cloud
- สามารถใช้ฟังก์ชัน AI สแกนเอกสารได้สูงสุด 1,000 เครดิต

เลือกแพ็กเกจ SMEMOVE แบบไหนให้ตอบโจทย์ธุรกิจ?
การเลือกแพ็กเกจ SMEMOVE เพื่อใช้งานโปรแกรมบัญชีออนไลน์สำเร็จรูป หากเป็นแพ็กเกจที่เสียค่าใช้จ่าย จะรองรับการใช้งานที่ครบทุกฟังก์ชัน อาทิ การสต็อกสินค้า, การทำบัญชีและเอกสารทางธุรกิจทุกชนิด, การจัดการข้อมูลพนักงานในระบบ, การใช้งานแอปฯ Timemove และยังสามารถรายงานข้อมูลทางธุรกิจได้ครบวงจร
แต่ที่แตกต่างกันคือ หากเป็นแพ็กเกจใช้ฟรี ฟีเจอร์ที่ไม่รองรับหนึ่งในนั้นคือ ระบบการขายหน้าร้าน หรือ POS, สูตรการผลิต, การออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ, e-Tax Invoice by E-mail, การกำหนดสิทธิผู้ใช้งานระบบ, ระบบคลังสินค้า และที่ขาดไม่ได้คือ การปรับแต่งเอกสารทางธุรกิจอย่างอิสระ ที่จะรองรับเฉพาะแพ็กเกจที่มีค่าใช้จ่าย เริ่มต้นที่ 199 บาท/เดือน
และในแพ็กเกจที่ชำระค่าใช้จ่ายตั้งแต่ Basic, Premium และ Pro จะแตกต่างกันอย่างชัดเจน เรื่องของจำนวนผู้ใช้งานระบบ, พื้นที่เก็บข้อมูล และจำนวนพนักงานที่สามารถออก Payroll ได้ ส่วนฟังก์ชันอื่น ๆ ของทาง SMEMOVE สามารถใช้ได้ครบทุกประเภท
เพราะฉะนั้น ผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจหรือเจ้าของกิจการ ที่ต้องการใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ต้องประเมินจากความต้องการของบริษัทเป็นหลัก เพื่อประเมินว่าควรเลือกแพ็กเกจไหนให้ตอบโจทย์มากที่สุด เช่น หากมีพนักงานมากกว่า 20 คน ก็อาจเลือกใช้แพ็กเกจ Premium หรือหากมีการรับสมัครพนักงานเพิ่ม และมีการขยายธุรกิจอาจเลือกใช้แพ็กเกจ Pro แทน เพราะมีความครอบคลุมและมีพื้นที่เก็บข้อมูลที่มากกว่า

สรุป
สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี SMEMOVE สามารถทดลองใช้ฟรี เพียงลงทะเบียนใช้งาน หลังจากนั้นหากต้องการเลือกใช้แพ็กเกจไหน ก็สามารถเลือกซื้อได้ผ่านทางโปรแกรมบัญชีออนไลน์ได้ทันที!
ทดลองใช้ฟรีได้ที่ : SMEMOVE
คู่มือการใช้งาน : HELP
ติดตามบทความอื่นๆของ SMEMOVE.com ได้ที่
บทความบัญชี: smemove.com/blog
Facebook: Facebook.com/smemove.th
Youtube: SMEMOVE








