เงินได้ คืออะไร? แล้วมีกี่ประเภท เรื่องที่ต้องรู้ก่อนเสียภาษีเงินได้

By posted on March 9, 2026 11:25AM
เงินได้ คืออะไร? แล้วมีกี่ประเภท เรื่องที่ต้องรู้ก่อนเสียภาษีเงินได้

เมื่อพูดถึงเงินได้และภาษี ถือเป็นเรี่องที่ผู้มีเงินได้ต่างก็คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่เชื่อว่าหลายคนก็ยังไม่เข้าใจอย่างถี่ถ้วนมากนัก เพราะเงินได้มีหลายประเภทมาก ๆ เพราะฉะนั้น SMEMOVE จะพาคุณมาทำความเข้าใจกันให้มากขึ้น ว่าด้วยเรื่องของ “เงินได้” ว่าคืออะไร มีมาตราอะไรบ้าง แล้วแต่ละมาตราหักค่าใช้จ่ายได้เท่าไหร่ เพื่อให้ยื่นภาษีได้อย่างถูกต้อง

เงินได้ คืออะไร

เงินได้ คืออะไร?

เงินได้ หมายถึง รายรับที่ได้รับจากแหล่งที่มาต่าง ๆ แต่เงินได้จะมาพร้อมกับการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งรายรับในที่นี้ไม่ได้มีเพียงแค่เงินสดเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงทรัพย์สินและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่สามารถตีมูลค่าเป็นตัวงเงินได้ โดยทางกรมสรรพากรได้กำหนดว่าเงินได้พึงประเมินมีทั้งหมด 8 ประเภท

ประเภทของเงินได้ทั้ง 8 มาตรา

สำหรับเงินได้พึ่งประเมินทั้ง 8 มาตรา มีการกำหนดให้สามารถนำไปใช้ในการคำนวณภาษีได้อย่างเหมาะสม โดยแต่ละมาตราจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษี ได้แก่

1. เงินได้ประเภทที่ 1 มาตรา 40(1)

เงินได้ประเภทที่ 1 ตามมาตรา 40(1) เป็นกลุ่มหลักของเงินได้ เพราะเป็นเงินได้ของผู้ที่เป็นมนุษย์เงินเดือน โดยรวมทั้ง Salary และ Bonus เรียกง่าย ๆ คือ เงินที่ได้รับจากบริษัททั้งหมดถือเป็นเงินได้มาตรา 40(1) ทั้งหมด โดยหักค่าใช้จ่ายได้ 50% สูงสุด 100,000 บาท

2. เงินได้ประเภทที่ 2 มาตรา 40(2)

สำหรับเงินได้ประเภทที่ 2 จะคล้ายคลึงกันกับประเภทแรก แต่เป็นเงินได้สำหรับผู้ที่รับงานนอก หรือเป็นฟรีแลนซ์ ที่รับเงินนอกเหนือจากงานประจำ โดยรวมทั้งค่าคอมมิชชัน, ค่าจ้างทำของ และค่าตำแหน่งที่ได้รับตามงาน ส่วนคนที่ได้รับค่าคอมมิชชัน เช่น เป็นนายหน้าทำ Affiliate ก็จะถือว่ารายได้ที่ได้รับอยู่ในมาตรานี้ ซึ่งเงินได้ประเภทที่ 2 สามารถหักค่าใช้จ่ายได้สูงสุด 50% หรือ 100,000 บาท

3. เงินได้ประเภทที่ 3 มาตรา 40(3)

เงินได้ประเภทที่ 3 เป็นรายได้สำหรับสายงาน Creator, นักเขียน และศิลปิน ที่ได้รับเงินจากค่า Royalty หรือลิขสิทธิ์ต่าง ๆ ซึ่งเงินได้ประเภทที่ 3 นี้ จะมีความใกล้เคียงกันกับประเภทที่ 2 เพราะฉะนั้น ต้องดูให้ดีว่าเป็นสัญญาแบบไหน เพราะมาตรา 40(2) และ 40(3) หักค่าใช้จ่ายต่างกัน เพราะในมาตรานี้สามารถหักตามจริงได้ หรือจะเลือกหัก 50% สูงสุด 100,000 บาทได้

ประเภทของเงินได้ทั้ง 8 มาตรา

4. เงินได้ประเภทที่ 4 มาตรา 40(4)

สำหรับผู้ที่ลงทุนหุ้นหรือว่าลงทุนในกองทุนต่าง ๆ ตลอดจนการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี ที่ให้เงินทำงานแทนเรา โดยเงินได้ประเภทที่ 4 นี้ จะไม่สามารถหักค่าใช้จ่ายตามจริงได้ กลุ่มนี้จะมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้นคือ

  • ดอกเบี้ย หัก 15%
  • เงินปันผล หัก 10%

5. เงินได้ประเภทที่ 5 มาตรา 40(5)

สำหรับผู้ที่มีรายได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน บ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ คอนโด รวมถึงรถยนต์ จะเป็นกลุ่มที่มีรายได้จากเงินได้ประเภทที่ 5 ตามมาตรา 40(5) โดยสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ตามจริงหรืออัตราเหมาะก็ได้ ดังนี้

  • บ้านและยานพาหนะ หักค่าใช้จ่ายได้ 30% หรือตามจริง
  • ที่ดินทำการเกษตร หักค่าใช้จ่ายได้ 20% หรือตามจริง
  • ที่ดินอื่น ๆ หักค่าใช้จ่ายได้ 15% หรือตามจริง
  • ทรัพย์สินอื่น ๆ หักค่าใช้จ่ายได้ 10% หรือตามจริง

6. เงินได้ประเภทที่ 6 มาตรา 40(6)

กลุ่มเงินได้ประเภทที่ 6 ตามเกณฑ์ของสรรพากรนั้น กำหนดว่ามีเพียง 6 สายอาชีพเท่านั้น ที่จะเข้าเกณฑ์ผู้มีเงินได้ประเภทที่ 6 ได้แก่ ผู้ประกอบโรคศิลปะ (แพทย์), กฎหมาย, วิศวกรรม, สถาปัตยกรรม, บัญชี และประณีตศิลปกรรม โดยสามารถหักค่าใช้จ่ายได้สูงถึง 60% สำหรับผู้ประกอบโรคศิลป์ ส่วนสายงานอื่น ๆ หักค่าใช้จ่ายได้ 30%

7. เงินได้ประเภทที่ 7 มาตรา 40(7)

ผู้ที่มีเงินได้จากการรับเหมา เช่น การรับเหมาก่อสร้างที่ต้องซื้อปูน อุปกรณ์ และซื้อเหล็กเอง จะอยู่ในกลุ่มเงินได้ประเภทที่ 7 แต่หากผู้ว่าจ้างซื้ออุปกรณ์ให้ทั้งหมด จะกลายเป็นเงินได้ประเภทที่ 2 ทันที ซึ่งหักค่าใช้จ่ายได้น้อยกว่า ดังนั้น ผู้รับเหมาต้องบริหารและตกลงกับผู้ว่าจ้างให้ดี และเงินได้ประเภทนี้สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ตามจริงหรือจะเลือกแบบเหมา 60% ก็ได้

8. เงินได้ประเภทที่ 8 มาตรา 40(8)

สำหรับผู้ที่มีเงินได้จากแหล่งอื่น ๆ เรียกง่าย ๆ ว่าไม่ได้เข้ามาตราทั้ง 7 ที่กล่าวมาข้างต้น จะถือว่าอยู่ในมาตรา 40(8) แทน เช่น ผู้ที่ขายของออนไลน์, ทำธุรกิจขนส่ง, ทำเกษตร ฯลฯ จะถือว่าเป็นกลุ่มผู้มีเงินได้ประเภทที่ 8 ทันที โดยสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ตามจริง และต้องมีเอกสารกำกับภาษีครบ เพื่อใช้หักค่าใช้จ่ายในการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในแต่ละปี

เงินได้ และการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

สรุป

สำหรับเงินได้ทั้ง 8 มาตรา ตามที่สรรพากรได้ระบุเอาไว้ ผู้ที่มีเงินได้ต้องทำความเข้าใจและยื่นภาษีให้ถูกต้อง และสำหรับใครที่ยังไม่ได้ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีนี้ ก็สามารถยื่นออนไลน์ได้จนถึงวันที่ 8  เมษายน 2569 นี้

ทดลองใช้ฟรีได้ที่ : SMEMOVE

คู่มือการใช้งาน : HELP

ติดตามบทความอื่นๆของ SMEMOVE.com ได้ที่

บทความบัญชี: smemove.com/blog

Facebook: Facebook.com/smemove.th

Youtube: SMEMOVE