ทุกครั้งที่มีการยื่นภาษีแล้วมีภาษีที่ชำระไว้เกิน เจ้าของธุรกิจหรือนิติบุคคลก็ต้องทำการ “ขอคืนภาษี” ทุกครั้ง ซึ่งคำถามต่อมาคือ เงินคืนภาษีถึงขั้นตอนไหนแล้ว จะได้รับคืนช่วงไหนบ้าง ซึ่งในปัจจุบันสามารถเช็กสถานะการขอคืนภาษีได้ง่าย ๆ ผ่านทางออนไลน์ เพราะฉะนั้น เราจะพาผู้ประกอบการมาดูกันว่า การเช็กสถานะขอคืนภาษีมีขั้นตอนยังไงบ้าง

การขอคืนภาษี คืออะไร?
การขอคืนภาษีก็คือการขอเงินคืนเมื่อเราชำระภาษีเอาไว้เกิน โดยครอบคลุมทั้งภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับกิจการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเอาไว้ ซึ่งการขอคืนภาษแต่ละชนิดจะต้องยื่นแบบตามระเบียบของกรมสรรพากรที่กำหนดเอาไว้
ประเภทของภาษีที่นิติบุคคลขอคืนได้
1. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย มาตรา 63
สำหรับมาตรา 63 แห่งประมวลรัษฎากร ได้กำหนดสิทธิ์ของผู้ที่สามารถขอคืนภาษีเอาไว้ว่า ต้องเป็นกิจการที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย และได้นำส่งภาษีเกินกว่าที่ต้องเสียภาษี โดยสามารถขอคืนได้ภาษีได้ในระยะเวลา 3 ปี นับจากวันสุดท้ายของการยื่นภาษีตามที่กำหนด
2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย มาตรา 27
การขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร จะมีเงื่อนไขคือ เป็นผู้ประกอบการที่ไม่ได้ทำกิจการที่เข้าข่ายในมาตรา 63 เช่น กลุ่มค่านายหน้า ค่าฝึกอบรม โดยเงื่อนไขการขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่าย จะต้องขอคืน 3 ปี หลังจากวันครบกำหนดยื่นภาษี
3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT
สำหรับนิติบุคคลสามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ได้ จากการยื่นแบบ ภ.พ.30 โดยจะต้องพิจารณาร่วมกับภาษีซื้อและภาษีขาย เช่น หากภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ก็สามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ หรือหากไม่ต้องการคืนเงินภาษีเป็นเงินสดก็สามารถใช้เป็นเครดิตภาษีเพื่อใช้ชำระภาษีในเดือนถัดไปได้เหมือนกัน
ทั้งนี้ หากในเดือนถัดไปพบว่าภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ตามกฎหมายแล้วจะไม่สามารถยกยอดภาษีที่ชำระไว้เกิน ไปเป็นเครดิตในเดือดถัดไปได้ ซึ่งผู้ประกอบการหรือนักบัญชี ก็สามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเงินสดด้วยการยื่นแบบ ค.10 ได้เช่นกัน
4. ภาษีธุรกิจเฉพาะ
กลุ่มธุรกิจที่ต้องยื่นภาษีธุรกิจเฉพาะ เช่น ธุรกิจที่มีรายได้จากดอกเบี้ย สามารถขอคืนภาษีได้ภายใน 3 ปี นับจากวันที่ครบรอบยื่นภาษี โดยให้ยื่นแบบ ค.10 กับทางกรมสรรพากร เรียกว่าภาษีธุรกิจเฉพาะมีระยะเวลาขอคืนภาษีเทียบเท่ากับภาษีหัก ณ ที่จ่าย ทั้งมาตรา 63 และ 27 นั่นเอง

ขั้นตอนเช็กสถานะ “ขอคืนภาษี” สำหรับนิติบุคคล
- เข้าสู่เว็บไซต์ rd.go.th ของทางกรมสรรพากร
- ให้เลือกคำว่า “นิติบุคคล” ที่หน้าเว็บ
- เลือก “รวมบริการทางภาษี” หรือ One Portal
- เลือกวิธีการเข้าสู่ระบบ เช่น RD ID หรือแอป ThaID
- เช็กสถานการณ์คืนภาษีออนไลน์ โดยจะมีทั้งหมด 5 สถานะ คือ ยื่นแบบภาษี, นำเข้าข้อมูล, พิจารณาคืนภาษี, ส่งคืนภาษี และได้รับคืนภาษี
หากขอคืนภาษีแล้วล่าช้า ทำยังไงได้บ้าง?
เมื่อพบว่าเช็กสถานะขอคืนภาษีแล้วมีความล่าช้ามาก ๆ เช่น อยู่ในขั้นตอนของ “พิจารณาคืนภาษี” มาแล้วประมาณ 2 – 3อาทิตย์ ทั้งที่ปกติพิจารณาไม่เกิน 1 อาทิตย์ สำหรับกิจการของตนเอง ก็สามารถติดต่อทางกรมสรรพากรเพื่อสอบถามสาเหตุได้ ซึ่งในระหว่างนี้ผู้ประกอบการหรือนักบัญชี จะต้องเตรียมตัวให้พร้อม โดยเฉพาะเอกสารต่าง ๆ เพราะหากทางกรมสรรพากรต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ก็จะสามารถส่งให้พิจารณาได้

บริหารจัดการภาษีได้ง่าย ๆ ด้วยโปรแกรมบัญชี SMEMOVE
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการบริหารจัดการบัญชีในองค์กรให้ง่าย สะดวก และตอบโจทย์ธุรกิจทุกรูปแบบ สามารถเลือกใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ SMEMOVE ที่มีความครบครันได้แล้ววันนี้ ด้วยบริการทดลองใช้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือจะเลือกใช้แบบครบทุกฟังก์ชัน ก็เริ่มต้นเพียงแค่เดือนละ 199 บาท เท่านั้น!
ติดตามบทความอื่นๆของ SMEMOVE.com ได้ที่
บทความบัญชี: smemove.com/blog
Facebook: Facebook.com/smemove.th
Youtube: SMEMOVE








