สำหรับเจ้าของธุรกิจแล้ว นอกเหนือจากการวางระบบภายในองค์กรให้รัดกุม สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ โครงสร้างของบริษัท โดยเฉพาะตำแหน่งต่าง ๆ ที่สำคัญ หนึ่งในนั้นคือ “กรรมการบริษัท” ที่มีความสำคัญในการดำเนินงานและมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่สูง เพราะฉะนั้น มาดูกันว่ากรรมการบริษัท คืออะไร มีหน้าที่และบทบาทอะไรบ้างภายในบริษัท

กรรมการบริษัท คืออะไร?
กรรมการบริษัท คือ บุคคลที่เป็นตัวแทนในการดำเนินงานต่าง ๆ ของบริษัทที่มีสถานะเป็นนิติบุคคล โดยกรรมการบริษัทถือว่าเป็นผู้ที่มีอำนาจในการบริหารและจัดการกิจการ ให้กิจการสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระบบระเบียบ
กรรมการบริษัท จำเป็นต้องถือหุ้นหรือไม่?
ตามปกติแล้วกรรมการบริษัท สามารถเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นบุคคลภายนอก ที่ถูกแต่งตั้งมาดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทก็ได้ นั่นหมายความว่า ผู้ถือหุ้นบริษัทสามารถเป็นกรรมการได้ แต่กรรมการบริษัทไม่จำเป็นว่าจะต้องถือหุ้นเสมอไป ซึ่งบริษัทในปัจจุบันจะนิยมว่าจ้างบุคคลภายนอกดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท เพื่อบริหารและพัฒนาธุรกิจให้เติบโตมากกว่า
ตำแหน่งกรรมการบริษัทตามกฎหมาย
1. ประธานกรรมการ
มีหน้าที่และอำนาจตามที่กฎหมายระบุเอาไว้ โดยเฉพาะการบริหารบริษัท โดยหลัก ๆ แล้วจะทำหน้าที่เป็นผู้นำการประชุมคณะกรรมการบริษัท รวมถึงการประชุมผู้ถือหุ้น
2. กรรมการ
เป็นบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ให้เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท เพื่อบริหารงานและควบคุมการดำเนินงาน โดยมีหน้าที่และอำนาจตามขอบเขตที่ระบุเอาไว้

กรรมการบริษัท ต้องมีกี่คนขึ้นไป?
ตามกฎหมายแล้วหากเป็นบริษัทจำกัด มีกรรมการตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป จนถึงกี่คนก็ได้ โดยไม่จำกัดจำนวนคน แต่หากเป็นบริษัทมหาชน มีกรรมการบริษัทเท่าไหร่ก็ได้ แต่ห้ามน้อยกว่า 5 คน ซึ่งตามปกติแล้วการกำหนดกรรมการจะกำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัท แต่หากไม่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับ การแต่งตั้งจะต้องเป็นไปตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น
หน้าที่และบทบาทของกรรมการบริษัท
1. กำหนดนโยบายและทิศทางขององค์กร
กรรมการบริษัทมีหน้าที่หลักคือ การกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ตลอดจนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญคือ การวางแผนการตลาด การลงทุน การเงิน การบริหารความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ เพื่อให้บริษัทสามารถเดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์
2. การดำเนินงานในนามบริษัท
นอกจากนี้ กรรมการบริษัท ยังมีอำนาจในการลงนามในหนังสือ หรือเอกสารทางธุรกิจต่าง ๆ ในนามของบริษัทได้ด้วย และมีผลตามกฎหมาย โดยครอบคลุมเอกสารทุกชนิดขององค์กร อาทิ สัญญาว่าจ้าง เอกสารที่ใช้ยื่นให้กับหน่วยงานภาครัฐ
3. ดูแลการเงินและผลประโยชน์ของบริษัท
อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของกรรมการบริษัท คือ การดูแลด้านการเงินและบัญชี ให้มีความถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมรับรองความถูกต้อง เช่น งบกำไรขาดทุน งบฐานะการเงิน ตลอดจนการนำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคล นอกจากนี้ กรรมการยังมีหน้าที่สำคัญคือ การรักษาผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท โดยต้องเปิดเผยความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างโปร่งใส ทั้งยังต้องรักษาสิทธิ์ของผู้ถือหุ้น ไม่ให้ถูกเอาเปรียบด้วยเช่นกัน
4. ประชุมผู้ถือหุ้นพร้อมรายงานประจำปี
หน้าที่ของกรรมการบริษัท คือการจัดให้มีประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี เพื่อรายงานผลการดำเนินงานของบริษัท โดยในส่วนนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับ “งบการเงิน” ที่ต้องยื่นให้กับทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือ DBD นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่ในการเข้าประชุมเพื่อหารือในวาระสำคัญต่าง ๆ อาทิ การแต่งตั้งกรรมการ การเพิ่มทุน และการดำเนินงานของบริษัท
5. กำหนดให้บริษัทดำเนินงานตามกฎหมาย
สุดท้ายแล้วหน้าที่ของกรรมการบริษัท ก็คือการกำหนดให้บริษัทหรือนิติบุคคลให้ปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น กฎหมายแรงงาน รวมถึงกฎหมายภาษีต่าง ๆ เพื่อให้มีความโปร่งใสและเกิดผลดีต่อบริษัทด้วยเช่นกัน

ความรับผิดชอบของกรรมการบริษัท
การเป็นกรรมการบริษัท ไม่ใช่แค่การดำเนินงานและการกำหนดกรอบการดำเนินงานขององค์เท่านั้น เพราะในทางกลับกันหากกรรมการบริษัทกระทำผิด หรือประมาทเลินเล่อ ก็ต้องได้รับความผิดตามที่กฎหมายกำหนดเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น
- ความผิดทางแพ่ง เช่น การกระทำที่ก่อให้บริษัทเกิดความเสียหาย หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน
- ความผิดทางอาญา เช่น ไม่ยื่นงบการเงินตามกำหนด การหลีกเลี่ยงภาษี การป้องกันการกระทำความผิดของพนักงาน และมีเจตนาทุจริตบริษัท
- ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เช่น การให้ข้อมูลที่ไม่ตรงตามความเป็นจริง มีเจตนาแอบแฝงคู่ค้า ก็ต้องรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกเช่นกัน
เป็นกรรมการบริษัทต้อง “ไม่ทำการค้าแข่ง”
ข้อห้ามสำคัญของการเป็นกรรมการบริษัท คือ ห้ามทำกิจการแข่งขันกับบริษัทที่ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท หรือก็คือไม่ทำการค้าแข่ง เรียกง่าย ๆ ก็คือ ห้ามประกอบกิจการที่มีสภาพเดียวกัน และแข่งขันกับบริษัท เว้นแต่ว่าได้รับความยินยอมจากที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น (ฎีกาที่ 9116/2560)
สรุป
จะเห็นได้เลยว่า กรรมการบริษัท มีความสำคัญต่อการดำเนินงานภายในองค์กรเป็นอย่างมาก และหากมีการจดทะเบียนบริษัทแล้ว ก็ควรมีการกำหนดกรรมการบริษัทเอาไว้อย่างชัดเจนอย่างน้อย 1 คน ซึ่งหากเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่มีงบไม่มาก สามารถให้ผู้ถือหุ้นเป็นกรรมการบริษัทได้เลยเช่นกัน
ทดลองใช้ฟรีได้ที่ : SMEMOVE
คู่มือการใช้งาน : HELP
ติดตามบทความอื่นๆของ SMEMOVE.com ได้ที่
บทความบัญชี: smemove.com/blog
Facebook: Facebook.com/smemove.th
Youtube: SMEMOVE








