สำหรับนายจ้างที่ต้องการจ้างแรงงานต่างด้าว หรือชาวต่างชาติในบริษัท นับว่ามีหลาย ๆ ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ และต้องดำเนินการตามระเบียบหรือขั้นตอนทางกฎหมาย เพราะการจ้างคนต่างชาติให้มาทำงาน ต้องมีทั้งเอกสารและการจ้างแรงงานที่ถูกต้อง เข้าระบบภาษีเทียบเท่ากับคนไทย เพราะฉะนั้น เราจะพานายจ้างมาเจาะลึกกัน ว่าหากต้องการจ้างแรงงานต่างด้าว หรือพนักงานต่างชาติ มีอะไรบ้างที่ควรรู้

การจ้างแรงงานต่างด้าวในไทย
การจ้างแรงงานต่างด้าวมาทำงานในไทย นับว่าพบเห็นได้ค่อนข้างมากในเมืองไทย ซึ่งแรงงานส่วนมากที่ทำงานในไทย เป็นแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น เมียนมา, กัมพูชา รวมถึง สปป. ลาว ซึ่งความนิยมของการจ้างแรงงานต่างด้าว มาจากความต้องการด้านแรงงานระดับล่างในสาขาอาชีพต่าง ๆ อาทิ การเพาะปลูก การประมง กรรมกร ซึ่งส่วนมากแล้วจะเป็นกลุ่มแรงงานที่คนไทยไม่ทำ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ที่ทำให้ขาดแคลนแรงงาน จึงต้องมีการจ้างแรงงานต่างด้าวนั่นเอง
ก่อนจ้างแรงงานต่างด้าว หรือชาวต่างชาติ ต้องรู้อะไรบ้าง?
การจ้างแรงงานต่างด้าวในการประกอบกิจการ หรือแม้แต่การจ้างชาวต่างชาติที่มี่ทักษะหรือความสามารถเฉพาะด้านมาทำงาน ผู้ประกอบการหรือแม้แต่ HR จะต้องทราบถึงข้อกฎหมายที่สำคัญ และเงื่อนไขที่ผูกพันของทางภาครัฐด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น
- การจ้างแรงงานต่างด้าวต้องมีใบอนุญาต ที่ออกโดยกระทรวงแรงงาน กรมการจัดหางาน ที่จะมีใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าวให้ตามกฎหมาย ส่วนถ้าเป็นชาวต่างชาติที่มาทำงานในไทย มีการติดต่อหรือตกลงทำงานกับทางบริษัทด้วยตัวเอง ก็ต้องมีใบอนุญาตทำงาน หรือ Work Permit ด้วย
- แรงงานต่างด้าวต้องผ่านการอบรมก่อนทำงานเสมอ โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวที่ต้องผ่านการอบรม ณ ศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้าง
- แรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทย ต้องมีการรายงานตัวทุก 90 วัน สามารถแจ้งที่พักอาศัยได้ก่อน 15 วัน หรือหลัง 7 วัน นับจากครบกำหนด
- แรงงานต่างด้าวต้องผ่านการตรวจสุขภาพภายใน 30 วัน เพื่อนำไปประกอบการขอใบอนุญาตทำงานกับกรมการจัดหางาน เพื่อขอใบอนุญาตทำงาน หรือ Work Pernit ซึ่งโรคที่ต้องตรวจมีทั้งโรคเรื้อน, วัณโรคระยะอันตราย, พิษสุราเรื้อรัง, โรคเท้าช้าง, โรคยาเสพติดให้โทษ และโรคซิฟิลิส
การจ้างแรงงานต่างด้าว แรงงานต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

การทำ MOU ของแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติ
ตามปกติแล้วการจ้างแรงงานต่างชาติ จะต้องมีใบอนุญาตทำงาน หรือที่เรียกว่า Work Permit แต่จะมีเพียงแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติเท่านั้น ที่ต้องมีการทำ MOU หรือ Memorandum of Understanding ซึ่งเป็นเอกสารสัญญาหรือหนังสือที่รับรองว่า แรงงานต่างด้าวนั้นนำเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยบันทึกข้อตกลง MOU นี้ เป็นการจัดทำขึ้นระหว่างรัฐบาลไทยกับประเทศต้นทาง ได้แก่ สปป.ลาว, เมียนมา, กัมพูชา และเวียดนาม
ค่าแรงขั้นต่ำสำหรับแรงงานต่างด้าวในไทย
ตามกฎหมายแล้วกำหนดให้แรงงานต่างด้าวในไทย มีสิทธิได้รับอัตราค่าแรงขั้นต่ำเทียบเท่ากับค่าแรงขั้นต่ำของคนไทย ซึ่งอัตราค่าแรงขั้นต่ำจะมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับจังหวัดด้วย โดยนายจ้างสามารถตรวจเช็กอัตราค่าแรงขั้นต่ำได้ที่เว็บไซต์ของกระทรวงแรงงาน หรือที่ www.mol.go.th
ทั้งนี้ อัตราค่าแรงขั้นต่ำในบางกลุ่ม โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวระดับฝีมือหรือระดับชำนาญการ ที่มาจากประเทศต่าง ๆ จะมีการกำหนดเงินเดือนขั้นต่ำที่สอดคล้องกับกฎการเข้าประเทศของสำงานตรวจคนเข้าเมืองด้วยเช่นกัน อาทิ ประเทศในทวีปยุโรป (ยกเว้นรัสเซีย), ออสเตรเลีย, แคนาดา, ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา จะมีเงินเดือนขั้นต่ำอยู่ที่ 50,000 บาท/เดือน
หมายเหตุ: ค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท บังคับใช้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, ภูเก็ต, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, สุราษฎร์ธานี (เฉพาะ อ.เกาะสมุย) ส่วนจังหวัดอื่น ๆ กำหนดเฉพาะบางกลุ่ม อาทิ กลุ่มสถานบริการที่มีอาหาร สุรา หรือเครื่องดื่มจำหน่าย

เอกสารที่สำคัญที่ต้องมี เมื่อต้องการจ้างแรงงานต่างด้าว
การยื่นขอรับใบอนุญาตทำงาน
การยื่นแบบคำขออนุญาตทำงานในประเทศไทย หรือ Work Permit จะมีเอกสารที่เรียกกันว่า ตท. โดยจะมีความแตกต่างกันตามประเภท เช่น ตท.1 ใช้สำหรับขออนุญาตทำงานสำหรับคนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในไทยชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง (Non-Immigrant) ส่วน ตท.3 คือแบบคำขอที่นายจ้างดำเนินการให้สำหรับแรงงานที่ยังไม่ได้เดินทางเข้ามาในประเทศ เพื่อนำไปประกอบการยื่นขอวีซ่า
ดังนั้น เอกสารที่ต้องเตรียมก็ขึ้นอยู่กับบริบทว่าเป็นการจ้างแบบไหน แรงงานเข้ามาในไทยแล้วหรือยัง โดยหลัก ๆ จะมีเอกสารสำคัญ ๆ ดังนี้
- แบบคำขออนุญาตทำงานของคนต่างด้าว (Work Permit)
- สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport)
- สำเนาบัตรผ่านแดน หรือสำเนาอื่นที่กำหนด
- สำเนาหลักฐานการอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักร
- ใบรับรองแพทย์ ที่ผ่านการตรวจคัดกรองโรคร้ายแรง
- รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตา 1 นิ้วครึ่ง จำนวน 3 รูป
- สำเนาสัญญาจ้างงาน 1 ฉบับ
- หนังสือรับรองการจ้าง หรือแบบ บต.46 จำนวน 1 ฉบับ
- เอกสารนายจ้าง ได้แก่ หนังสือรับรองบริษัท, สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน
หมายเหตุ: หากมีใบแจ้งออกในกรณีเป็น MOU ต้องมีอายุไม่เกิน 15 วัน
การนำส่งประกันสังคมสำหรับแรงงาน
สำหรับแรงงานต่างด้าวในไทยที่ทำงานกับนิติบุคคลที่อยู่ในระบบประกันสังคม นายจ้างต้องดำเนินการแจ้งเข้าประกันสังคมให้แรงงานตามกฎหมาย พร้อมกับดูแลสวัสดิการพร้อมสิทธิประโยชน์ให้แรงงาน ซึ่งแรงงานต่างด้าวจะได้รับความคุ้มครอง 7 กรณี ได้แก่
- ประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย
- คลอดบุตร
- ทุพพลภาพ
- เสียชีวิต
- สงเคราะห์บุตร
- ชราภาพ
- ว่างงาน
สำหรับการแจ้งเข้าประกันสังคมสำหรับแรงงานต่างด้าวในไทย สามารถยื่นได้หลังเข้าทำงานภายใน 30 วัน โดยต้องมีหลักฐานและใบอนุญาตการทำงาน แต่หากนายจ้างยังไม่ขึ้นทะเบียนสำนักงานประกันสังคม ให้ทการยื่น สปส. 1-01 ไปก่อน แต่หากขึ้นทะเบียนแล้วให้ทำการแจ้งผู้ประกันตน สปส. 1-03 พร้อมกับหนังสือเดินทาง (Passport) และใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) โดยจะต้องยื่นในพื้นที่ที่ทำงานกับนายจ้างเท่านั้น เมื่อยื่นแล้วให้ทำการจ่ายเงินประกันสังคมในวันที่ 15 ของเดือนต่อไป ในรูปแบบ สปส. 1-10 ตามลำดับ

รู้หรือไม่? ชาวต่างชาติหรือแรงงานต่างดาว ต้องยื่นภาษีตามกฎหมาย
นอกจากการนำส่งประกันสังคมตามกฎหมาย สำหรับแรงงานต่างด้าวหรือชาวต่างชาติที่ทำงานในเมืองไทยแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่แรงงานทุกคนต้องดำเนินการก็คือ “การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” ได้แก่ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 เพื่อแสดงหลักฐานการเสียภาษีตามที่กฎหมายกำหนด
โดยนายจ้างจะต้องทำการยื่นภาษีบุคคล หรือ ภ.ง.ด.1 รวมถึงเอกสารยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภ.ง.ด.3 จากเงินเดือนตามรอบบัญชี เพื่อให้พนักงานหรือแรงงานในบริษัท สามารถนำเอกสารไปยื่นภาษีเงินได้ในช่วงต้นปีหลังจบปีภาษี ซึ่งการยื่นภาษีของแรงงานต่างด้าวหรือชาวต่างชาติที่ทำงานในไทย จะต้องยื่นกับทางกรมสรรพากรและต้องเสียภาษีตามขั้นบันได้เช่นกัน โดยการยื่นภาษีก็จะมีข้อกำหนดสำหรับชาวต่างชาติ ดังนี้
การยื่น ภ.ง.ด. 90
- ชาวต่างชาติที่ไม่มีคู่สมรส และมีเงินได้ในปีภาษีล่วงหน้ามาแล้วเกิน 60,000 บาท
- ชาวต่างชาติที่มีคู่สมรส และมีเงินได้ในปีภาษีล่วงหน้ามาแล้วเกิน 120,000 บาท โดยจะต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ตามกำหนดในปีถัดไป
การยื่น ภ.ง.ด.91
- ชาวต่างชาติที่ไม่มีคู่สมรส และมีเงินได้ในปีภาษีล่วงหน้ามาแล้วเกิน 120,000 บาท
- ชาวต่างชาติที่มีคู่สมรส และมีเงินได้ในปีภาษีล่วงหน้ามาแล้วเกิน 220,000 บาท ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 91 ในปีถัดไป

ทำเงินเดือนพนักงานต่างด้าว หรือชาวต่างชาติได้แล้วที่ SMEMOVE
สำหรับบริษัทใดก็ตามที่มีการจ้างแรงงานต่างด้าว หรือคนต่างชาติมาทำงานในไทย ฝ่ายบุคคลหรือ HR ที่มีหน้าที่ทำเงินเดือนให้กับพนักงาน สามารถทำเงินเดือนพนักงานต่างด้าว พร้อมรายการหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนดได้แล้วที่เมนู “พนักงาน” โดยสามารถสร้างข้อมูลพนักงานพร้อมอัปเดตรายการหักค่าใช้จ่าย รวมถึงรายได้ของพนักงานได้แล้วที่โปรแกรมสำหรับฝ่ายบุคคลจาก SMEMOVE
ทดลองใช้ฟรีได้ที่ : SMEMOVE
คู่มือการใช้งาน : HELP
ติดตามบทความอื่นๆของ SMEMOVE.com ได้ที่
บทความบัญชี: smemove.com/blog
Facebook: Facebook.com/smemove.th
Youtube: SMEMOVE








