สำหรับเจ้าของธุรกิจหรือพนักงานทั่ว ๆ ไป ทั้งที่เป็นพนักงานประจำและฟรีแลนซ์ คงคุ้นกันดีกับคำว่า “ภาษีหัก ณ ที่จ่าย” หรือ “Withholding Tax” ที่ถูกหักเอาไว้ล่วงหน้ากันดี เพราะฉะนั้น SMEMOVE จะพาคุณมาทำความรู้จักกับ Withholding Tax กันให้มากขึ้น ว่าคืออะไร ทำหน้าที่อย่างไร แล้วใครบ้างที่ต้องหักภาษีหัก ณ ที่จ่าย ก่อนทำการจ่ายเงิน

Withholding Tax คืออะไร?
Withholding Tax (WHT) หรือ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือ การเสียภาษีในรูปแบบหนึ่ง โดยนิติบุคคลหรือบริษัทมีหน้าที่หักเงินส่วนหนึ่งเอาไว้ก่อนจ่ายเงินให้กับผู้รับเงิน ซึ่งผู้รับเงินสามารถเป็นได้ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา แต่ผู้จ่ายเงินต้องเป็นนิติบุคคลเท่านั้น ที่สามารหักภาษี ณ ที่จ่ายได้
โดยการหักภาษีหัก ณ ที่จ่าย จะต้องนำส่งเงินที่หักให้กับทางกรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป เพื่อใช้เป็นหลักฐานว่ามีการชำระเงินแทนผู้รับเงินไปแล้ว หลังจากนั้นต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือใบทวิ 50 อีกครั้ง โดยการหักภาษีหัก ณ ที่จ่าย จะหักก็ต่อเมื่อมียอดจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป รวมถึงยอดจ่ายเงินรวมทั้งปีเกิน 1,000 บาท
ผู้ที่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ตามกฎหมาย
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตามแบบ ภ.ง.ด.3 คือ ผู้จ่ายเงินได้ให้กับผู้รับเงินที่เป็นบุคคลธรรมดา ครอบคลุมเงินได้มาตรา 40(5) – (8)
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตามแบบ ภ.ง.ด.53 คือ นิติบุคคลเป็นผู้จ่ายเงินได้ให้กับบริษัทหรือนิติบุคคล หรือก็คือนิติบุคคลจ่ายให้นิติบุคคล

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย แต่ละประเภท
สำหรับภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่เจอได้บ่อยและนิติบุคคลต้องหักเมื่อจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างนั้น มีหลายประเภทมาก ๆ ซึ่งทาง SMEMOVE จะยกตัวอย่างให้ดูว่ารายการไหนหักเท่าไหร่บ้าง ดังนี้
1. ค่าจ้างและเงินเดือน หักตามอัตราก้าวหน้า
การหักภาษี ณ ที่จ่ายเงินเดือน ซึ่งเป็นเงินได้ประเภทที่ 1 ไม่ได้มีกำหนดอัตราที่ตายตัว เพราะเป็นการหักตามอัตราก้าวหน้า โดยจะคำนวณจากอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ถ้าพนักงานมีฐานภาษีอยู่ที่เท่าไหร่หลักหักค่าลดหย่อนและค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ก็จะนำอัตราภาษีที่ต้องชำระในปีนั้น ๆ มาหาร 12 แล้วหักภาษี ณ ที่จ่ายในแต่ละเดือน และเมื่อยื่นภาษีแล้วพนักงานมีค่าลดหย่อนรายการอื่น ๆ ก็สามารถขอคืนภาษีได้เช่นกัน
2. ค่าจ้างรับเหมา จ้างทำของ และบริการต่าง ๆ หัก 3%
สำหรับค่าจ้างรับเหมาและจ้างทำของ มีอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย อยู่ที่ 3% ซึ่งเป็นกลุ่มเงินได้ประเภทที่ 7/8 เพราะฉะนั้น หากบริษัทจ้างฟรีแลนซ์ให้ทำงานให้ เช่น จ้างออกแบบภาพ หรือว่าจ้างเขียนงาน ฯลฯ ก็ให้หักภาษี ณ ที่จ่ายเอาไว้ในอัตรา 3% ตามกำหนด
3. ค่าลิขสิทธิ์ หัก 3%
การจ้างงานให้ผู้รับจ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และอนุญาตให้ผู้ว่าจ้างสามารถใช้ประโยชน์ได้ เช่น จ้างออกแบบเว็บไซต์ กสามารถหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% เหมือนกับค่าจ้างรับเหมาและจ้างทำของ
4. ค่าจ้างบริการวิชาชีพอิสระ หัก 3%
การจ้างบริการวิชาชีพอิสระ เช่น นักบัญชี ทนายความ ฯลฯ จัดอยู่ในเงินได้ประเภทที่ 6 ซึ่งกลุ่มนี้จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเอาไว้ 3% เช่นกัน
5. ค่าขนส่ง หัก 1%
นิติบุคคลที่จดทะเบียนเป็นผู้ให้บริการขนส่ง ทุกครั้งที่มีการขนส่งสินค้าจากบริษัทขนส่งและโลจิสติกส์ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 1% แต่หากไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคล ตามกฎหมายแล้วยังไม่ต้องหัก
6. ฆ่าโฆษณา หัก 2%
การโฆษณาตามสื่อต่าง ๆ ที่ถือว่าเป็นการทำให้แบรนด์หรือสินค้าเป็นที่รู้จัก ที่ไม่ใช่บริการด้านการตลาด ตามกฎหมายแล้วให้หักภาษี ณ ที่จ่าย เอาไว้ในอัตรา 2%

รู้จักระบบ e – Withholding Tax จากกรมสรรพากร
สำหรับการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือ Withholding Tax นั้น ในปัจจุบันทางกรมสรรพากรได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย โดยการให้บริการผ่านระบบ e – Withholding Tax ซึ่งเป็นบริการใหม่ล่าสุด โดยมีหลักการคือ ผู้ที่มีหน้าที่จ่ายเงินและหักภาษี ณ ที่จ่าย จะต้องเป็นผู้แจ้งธนาคารที่รับชำระเงินให้ดำเนินการหักภาษีและนำส่งภาษีให้กับกรมสรรพากรแทน โดยไม่ต้องดำเนินการเองเหมือนที่ผ่านมา
ตัวอย่าง จ่ายเงินค่าทำบัญชีจำนวนเงิน 10,000 บาท ทางธนาคารจะต้องหักเงินจำนวน 300 บาท เข้ากรมสรรพากร ส่วนอีก 9,700 บาท จะถูกโอนเข้าบัญชีของผู้รับจ้างแทน เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังสะดวกมากขึ้นเพราะทางธนาคตารจะเป็นผู้จัดทำหลักฐานทางภาษีให้แทน นั่นหมายความว่า ผู้รับเงินไม่ต้องเก็บเอกสารหรือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายเหมือนเดิม แต่สามารถเช็กข้อมูลการถูกหัก ณ ที่จ่ายได้เองผ่านระบบของกรมสรรพากรโดยตรง เช่น D-MyTax
รูปแบบการทำงานของระบบ e – Withholding Tax
- ผู้จ่ายเงินแจ้งรายการและจำนวนเงินกับทางธนาคาร ที่ให้บริการ e – Withholding Tax
- ธนาคารดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่าย พร้อมนำส่งภาษีและจัดทำข้อมุลให้กรมสรรพากร
- ธนาคารดำเนินการโอนเงินตามมูลค่า พร้อมแจ้งข้อมูลการรับโอนเงินเข้าบัญชีและการหักภาษี
ข้อดีของระบบ e – Withholding Tax
- ผู้จ่ายเงินหรือนิติบุคคล สามารถดึงข้อมูลเพื่อนำมายื่นแบบผ่าน E-Filling ได้
- ลดขั้นตอนการทำงาน โดยเฉพาะการออกหนังสือหัก ณ ที่จ่ายได้ เพราะให้ธนาคารทำแทน
- ลดต้นทุนเอกสารได้ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายแฝงขององค์กร ที่ต้องจัดทำเอกสารในรูปแบบกระดาษ
- มีความโปร่งใสในการดำเนินการจ่ายเงิน เพราะตรวจเช็กภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้เอง

สรุป
สำหรับภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือ Withholding Tax เป็นรายการหักภาษีที่ผู้ประกอบการและนักบัญชีรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว และเป็นการดำเนินการด้านภาษีที่ต้องทำเป็นประจำในทุก ๆ เดือน ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการบริหารจัดการงานด้านภาษีและบัญชีแบบง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน สามารถเลือกใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ SMEMOVE ได้แล้ววันนี้ ด้วยโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจ SME โดยเฉพาะ
ทดลองใช้ฟรีได้ที่ : SMEMOVE
คู่มือการใช้งาน : HELP
ติดตามบทความอื่นๆของ SMEMOVE.com ได้ที่
บทความบัญชี: smemove.com/blog
Facebook: Facebook.com/smemove.th
Youtube: SMEMOVE








