เจาะลึกการปรับเพิ่ม VAT 10% ส่งผลกระทบธุรกิจ SME อย่างไรบ้าง?

By posted on October 11, 2026 8:02PM
เจาะลึกการปรับเพิ่ม VAT 10% ส่งผลกระทบธุรกิจ SME อย่างไรบ้าง?

จากประเด็นการปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT 10% ภายในปีนี้ สิ่งที่ตามหาสำหรับธุรกิจ SME ก็คงหนีไม่พ้นภาระที่เพิ่มขึ้น เพราะมีหลายเกณฑ์ที่เปลี่ยนไปนอกจากการจัดเก็บ VAT ที่เพิ่มขึ้นจากเดิม หนึ่งในนั้นคือ การยกเลิกเพดานรายได้ที่ 1.8 ล้านบาทแรก เพราะฉะนั้น SMEMOVE จะมาสรุปทุกประเด็น พร้อมเจาะลึกผลกระทบต่อธุรกิจ SME กัน ว่ามีอะไรบ้างที่ต้องเตรียมรับมือ

ปรับ VAT 10% มีอะไรเปลี่ยนบ้าง

ปรับ VAT 10% มีอะไรเปลี่ยนบ้าง?

การปรับเพดานการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT จากเดิมที่จัดเก็บในอัตรา 7% เป็น 10% นั้น จะเริ่มในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นี้ (VAT 7% สิ้นสุด 30 กันยายน 2569) หลังจากที่มีการขยายเพดานมา 1 ปี จากปีที่ผ่านมา เพื่อรักษาศักยภาพของประเทศในการขยายตัวทางเศษฐกิจ และรักษาระดับการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ

นอกจากนี้ หลังการปรับ VAT 10% แล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามหาคือ การผลักดันให้ธุรกิจขนาดเล็กเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งหมด ด้วยการยกเลิกเพดาน 1.8 ล้านบาทแรก หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ทุกกิจการจะต้องเข้าระบบ VAT โดยไม่มีข้อยกเว้น จากเดิมที่หากมีรายได้ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาท ยังไม่ต้องเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม

นั่นหมายความว่า ภาระที่ถูกเพิ่มมาจะไม่ใช่แค่ “ค่าใช้จ่าย” และ “ต้นทุนขาย” อีกต่อไป เพราะจะมีภาระงานด้านบัญชีและการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มเข้ามา ซึ่งก็หมายถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้มีรายได้ลดลงอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างดังภาพ

อัตรา VAT 7% และ 10%

จะเห็นได้ว่า หากเทียบกันแล้วเมื่อกิจการต้องเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT แล้ว เมื่อนำมาหักค่าใช้จ่ายรวมกับ VAT ที่ต้องนำส่งให้กับกรมสรรพากรแล้ว รายได้สุทธิทั้งหมดแตกต่างกันอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้น สิ่งที่ธุรกิจ SME ต้องทำก็คือ การเตรียมความพร้อมของกิจการ ทั้งการจัดทำรายงานภาษีซื้อ – ภาษีขาย, การทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบ, การยื่นแบบ ภ.พ.30 และการออกเอกสารให้ถูกต้อง

การเตรียมตัวสำหรับธุรกิจ SME ก่อนปรับ VAT 10%

การเตรียมตัวสำหรับธุรกิจ SME ก่อนปรับ VAT 10%

1. การจัดระบบบัญชีให้เป็นระเบียบ

สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเตรียมความก่อนปรับเพดาน VAT 10% ก็คือการจัดการเรื่องระบบบัญชีให้เป็นระเบียบที่สุด เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในอนาคต หนึ่งในนั้นคือ การหักลบภาษีซื้อ – ภาษีขาย ในทุก ๆ เดือน ดังนั้น ธุรกิจไหนที่ใช้ระบบการจดบัญชีแบบเดิม ๆ อาจจะต้องเปลี่ยนวิธีการบันทึกข้อมูล และวางระบบบัญชีให้เรียบร้อย เพื่อให้เห็นตัวเลขบัญชีที่ชัดเจนมากขึ้น

2. การคำนวณราคาสินค้า/บริการ

เมื่อมีการปรับเพดาน VAT ใหม่ สิ่งที่ธุรกิจจะต้องเผชิญก็คือ “กำไรที่น้อยลง” เพราะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในธุรกิจ ดังนั้น การคำนวณราคาสินค้าและบริการจึงต้องแม่นยำมากขึ้น และต้องคำนวณให้เหมาะสมกับธุรกิจด้วยเช่นกัน

เพราะบางครั้งการปรับราคาสินค้าและบริการใหม่ทั้งหมดมากเกินไป ก็จะส่งผลกระทบต่อยอดขายและได้เช่นกัน โดยเฉพาะลูกค้าบางส่วนที่อาจลดปริมาณการซื้อลงจากเดิม ซึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือกลุ่มธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม และบริการทั่วไป

โดยการปรับราคาจะมี 2 แนวทางหลัก ๆ ที่สามารถทำได้เลย คือ การขึ้นราคาตาม VAT 10% ใหม่ เช่น ราคาก่อนรวม VAT คือ 100 บาท หากเป็นปกติเมื่อรวม VAT แล้วจะขายในราคา 107 บาท แต่หากปรับเป็น 10% ก็ต้องขายในราคา 110 บาท เป็นอย่างต่ำ เพราะอย่าลืมว่าธุรกิจที่เป็นต้นทางของวัตถุดิบที่ใช้ก็ย่อมปรับราคาขึ้นเช่นกัน และอีกวิธีคือการตรึงราคาขายให้คงเดิม แต่ผลกระทบที่ตามมาก็คือกำไรลดลงไปอย่างต่ำ 3%

เพราะฉะนั้น ธุรกิจสามารถใช้หลักการปรับราคาโดยการแยกสินค้าออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ออกจากกัน คือ กลุ่ม High Sensitivity หรือสินค้าที่ราคามีผลต่อการตัดสินใจซื้อมาก ก็ให้ปรับราคาน้อยลงมา (อาจจะไม่ถึง 10%) และอีกกลุ่มคือ Low Sensitivity หรือก็คือสินค้าที่ราคาไม่มีผลลูกค้าก็ต้องซื้ออยู่ดี กลุ่มนี้สามารถปรับเพิ่มขึ้นได้เลย

การเตรียมตัวสำหรับธุรกิจ SME ก่อนปรับ VAT 10%

3. การบริหารเงินสด เพื่อลดภาวะเงินสดตึงมือ

นอกจากนี้ ธุรกิจ SME จะต้องวางแผน Cash Flow ทั้งหมดใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีเครดิตเทอมยาว เพราะอย่าลืมว่าเมื่อเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว จะต้องนำส่งภาษีให้กับทางกรมสรรพากรในทุก ๆ เดือน ซึ่งธุรกิจที่ขายก่อนรับเงินช้า ก็จะเกิดช่องว่างของเงินสดจนทำให้เกิดภสวะเงินสดตึงมือตามมา

และที่ขาดไม่ได้คือ การเตรียมความพร้อมสำหรับต้นทุนด้านเอกสารภาษี, e-Tax, ใบกำกับภาษี, ระบบบัญชี หรือ ERP ต้องแม่นขึ้นดังนั้น สิ่งที่เจ้าของธุรกิจสามารถทำได้เลย คือ การเจรจาเครดิตเทอมกับคู่ค้าให้ชัดเจน เพื่อลดช่องว่างของกระแสเงินสดของกิจการ

4. วิเคราะห์สินค้าหรือบริการที่มีของธุรกิจ

อีกหนึ่งแผนการรับมือสำหรับธุรกิจขนาดเล็กก็คือ การลดความสูญเปล่าในกิจการ โดยให้มุ่งไปที่สินค้าที่เป็น Overproduction หรือก็คือสินค้าที่ผลิตเยอะเกินไป อาจจะลดจำนวนการผลิตลง หรืออาจเปลี่ยนเป็นการ Pre – Order แทน เพื่อควบคุมปริมาณการผลิต และอย่าลืมตรวจสอบข้อผิดพลาดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาให้ครบถ้วน เพื่อวางแผนรับมือเช่นกัน อาทิ สินค้าที่มักผลิตแล้วมี Defect บ่อย

การเตรียมตัวสำหรับธุรกิจ SME ก่อนปรับ VAT 10%

สรุป

สำหรับการปรับเพดานภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT 10% ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวสำหรับธุรกิจ SME เสมอไป เพราะสุดท้ายแล้วธุรกิจก็ต้องปรับตัวให้พร้อมกับทุก ๆ มาตรการอยู่เสมอ ซึ่งหากกิจการสามารถวางระบบไว้ดี คำนวณราคาสินค้าหรือบริการได้อย่างแม่นยำ จัดเก็บเอกสารอย่างครบถ้วน และวางระบบบัญชีอย่างเหมาะสม ก็จะทำให้การปรับเพิ่ม VAT ไม่ส่งผลกระทบจนเกินไป

ทดลองใช้ฟรีได้ที่ : SMEMOVE

คู่มือการใช้งาน : HELP

ติดตามบทความอื่นๆของ SMEMOVE.com ได้ที่

บทความบัญชี: smemove.com/blog

Facebook: Facebook.com/smemove.th

Youtube: SMEMOVE