เมื่อเริ่มทำธุรกิจควรจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT เมื่อไหร่ดี?

By posted on May 4, 2026 5:52PM
เมื่อเริ่มทำธุรกิจควรจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT เมื่อไหร่ดี?

การเริ่มต้นทำธุรกิจเชื่อว่าเจ้าของกิจการต้องรู้อยู่แล้วว่า ในอนาคตต้องมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่า ควรรอให้มีรายได้เกิน 1.8 ล้านต่อปีดีไหม หรือว่าจดทะเบียน VAT ตอนไหนดี เพราะฉะนั้น ทาง SMEMOVE จะพาคุณมาไขคำตอบกัน ว่าการจดทะเบียน VAT ควรเริ่มจดตอนไหน ถึงจะดีต่อธุรกิจของคุณมากที่สุด

การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับนิติบุคคล

การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับนิติบุคคล

คำว่า “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” หรือ “VAT” (Value Added Tax) เป็นคำที่เจ้าของธุรกิจคุ้นชินกันดีอยู่แล้ว เพราะเป็นการเรียกเก็บภาษีจากการขายสินค้าหรือบริการ โดยอัตราการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในปัจจุบันนี้คือ VAT 7% และภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นี้ จะถูกปรับขึ้นเป็น 10% ตามประกาศของกรมสรรพากร โดยเป็นการกลับไปใช้ฐานเดิมของภาษีมูลค่าเพิ่มที่มีอยู่แล้ว หลังจากที่มีการต่ออายุภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% มาจนถึงปัจจุบัน

ซึ่งการจดทะเบียน VAT หรือ ภาษีมูลค่าเพิ่มของนิติบุคคลนั้น โดยปกติแล้วตามกฎหมายกำหนดให้ธุรกิจหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียน ต้องยื่นขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อมียอดขายทั้งปีเกิน 1,800,000 บาท (นับจากวันที่รายได้ถึงเกณฑ์ ไม่ได้นับตามรอบปีภาษี)

นั่นหมายความว่า ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใดก็ตาม ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ตามที่กรมสรรพากรกำหนด จะต้องดำเนินการยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ภายในกำหนด หรือภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายได้ถึงเกณฑ์ ยกเว้นสินค้าที่ได้รับกานยกเว้นจากกรมสรรพากร อาทิ ธุรกิจขายเนื้อสัตว์ ผักสด ฯลฯ

กลุ่มธุรกิจที่ไม่ต้องจด VAT

5 กลุ่มธุรกิจไหนที่ไม่ต้องจด VAT

  • ธุรกิจที่มีรายได้ไม่ถึง 8 ล้านบาทต่อปี
  • ธุรกิจที่ค้าขายพืชผลทางการเกษตรภายในประเทศ เช่น ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ผัก ผลไม้ ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.28/2535ฯ
  • ธุรกิจค้าขายสัตว์ที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตภายในประเทศ เช่น โค กระบือ ไก่ กุ้ง ปลา ฯลฯ ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.29/2535ฯ โรคของพืชและสัตว์
  • ธุรกิจที่ให้บริการห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ และสวนสัตว์
  • การให้บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลทางราชการและเอกชน

ยื่นจดทะเบียน VAT นิติบุคคล ใช้เอกสารอะไรบ้าง?

  • แบบ ภ.พ.01 จำนวน 3 ฉบับ
  • แบบ ภ.พ.1 จำนวน 3 ฉบับ
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านกรรมการผู้มีอำนาจ หรือผู้ประกอบการ จำนวน 1 ฉบับ
  • รูปแบบสำนักงานทั้งภายในและภายนอก จำนวน 2 ชุด
  • แผนที่ตั้งของบริษัทหรือกิจการ จำนวน 2 ชุด
  • สำเนาทะเบียนบ้านที่ใช้เป็นที่ตั้งสถานประกอบการน จำนวน 1 ฉบับ
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของกรรมสิทธิ์ 1 ฉบับ (หากเช่าอาคารหรือสำนักงาน)
  • หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ และสัญญาเช่า จำนวน 1 ฉบับ
  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทพร้อมวัตถุประสงค์ หรือสำเนาใบมทะเบียนพาณิชย์ จำนวน 1 ฉบับ
  • หนังสือมอบอำนาจ 1 ฉบับ (กรณีเจ้าของกิจการไม่ได้ไปดำเนินการเอง)

หมายเหตุ: สามารถยื่นจด VAT ผ่านทางออนไลน์ได้ที่ https://vsinter.rd.go.th/ ของทางกรมสรรพากร โดยสามารถตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ และยื่นคำขอได้ผ่านทางระบบโดยตรง

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย เมื่อจดทะเบียน VAT

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย เมื่อจดทะเบียน VAT

โดยปกติแล้วการยื่นจด VAT กับทางกรมสรรพากรด้วยตนเอง ไม่มีค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียม แต่หากใช้บริการรับจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับทางสำนักงานบัญชี ก็จะมีค่าบริการต่างกันออกไป โดยเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 1,500 บาท แต่หากเป็นบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนสูง ก็อาจมีอัตราค่าบริการหลักแสนบาท เป็นต้น

การยื่นจดทะเบียน VAT ควรจดตอนไหนดีที่สุด?

1. ยื่นจดทะเบียน VAT เมื่อรายได้ถึงเกณฑ์

โดยปกติแล้วหลาย ๆ ธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจ SME เล็ก ๆ หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัว จะนิยมจดทะเบียน VAT เมื่อมีรายได้ถึง 1.8 ล้านบาท เพราะมีความกังวลเรื่องการยื่นแบบ ภพ.30 ในทุก ๆ เดือน และการสรุปรายการภาษีซื้อ – ภาษีขาย ที่อาจส่งผลต่อภาระงานในช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจ จึงตัดสินใจรอให้มีรายได้ถึงเกณฑ์ก่อนถึงไปยื่นจด VAT กับทางกรมสรรพากร

2. ยื่นจดทะเบียน VAT ตั้งแต่เริ่มต้นทำธุรกิจ

ถึงแม้ว่าตามกฎหมายแล้วจะกำหนดให้นิติบุคคลยื่นจดทะเบียน VAT เมื่อมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท แต่จริง ๆ แล้วสามารถยื่นขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนถึงเกณฑ์ก็ได้เช่นกัน เรียกง่าย ๆ ว่า เป็นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแบบ “สมัครใจ” เพราะสามารถเตรียมความพร้อมของธุรกิจ รวมถึงการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น การขอคืนภาษีซื้อ รวมถึงการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับคู่ค้า ตลอดจนพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ เป็นต้น

ยื่นจด VAT ก่อนรายได้ถึง 1.8 ล้าน ดียังไง

ยื่นจด VAT ก่อนรายได้ถึง 1.8 ล้าน ดียังไง?

1. การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี

โดยเฉพาะ “ภาษีซื้อ” และ “ภาษีขาย” ที่สามารถขอคืนภาษีได้ เมื่อภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย และยังสามารถพันยอดภาษีซื้อที่ยังไม่ได้ใช้เครดิตภาษีขาย ไปยกยอดในเดือนถัดไปเพื่อใช้เป็นเครดิตภาษีขายได้ เรียกง่าย ๆ ก็คือ การใช้เป็นส่วนลดภาษีขายนั่นเอง

2. ความน่าเชื่อถือของธุรกิจ

แน่นอนว่า การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT สามารถทำให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือเพิ่มได้เช่นกัน โดยเฉพาะความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ และความเป็นมืออาชีพ โดยเฉพาะกับทางคู่ค้าหรือพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ยังไม่นับรวมการเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ของทางภาครัฐ ที่ทำให้ธุรกิจมีแต้มต่อมากกว่า

อาทิ ธุรกิจที่ยื่นจดทะเบียน VAT และเข้าร่วม e-Tax Invoice จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการเข้าร่วมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ หรือมาตรการลดหย่อนภาษีต่าง ๆ เช่น โครงการ Easy e-Receipt, โครงการช้อปดีมีคืน, โครงการท่องเที่ยวเมืองรอง และโครงการติดตั้งโซล่าเซลล์ลดหย่อนภาษี เป็นต้น

3. ความเป็นระบบของบัญชีภายในองค์กร

เมื่อจดทะเบียน VAT แล้ว ผู้ประกอบการหรือนักบัญชี จะมีหน้าที่ที่เพิ่มขึ้นคือ การยื่นแบบ ภพ.30 ในทุก ๆ เดือน จึงทำให้การบันทึกบัญชีต้องมีระบบมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะการทำบัญชีและรายงานภาษีซื้อ – ภาษีขาย เพื่อใช้ประกอบในการยื่นแบบ เพราะฉะนั้น การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็เหมือนการเพิ่มความเป็นระบบของการทำบัญชีภายในองค์กรเข้ามาเช่นกัน ทำให้เจ้าของธุรกิจเห็นภาพรวมด้านการเงินมากขึ้น หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นก็จะรู้ได้ไวกว่าการไม่จดทะเบียน VAT

4. เพิ่มโอกาสทางธุรกิจในอนาคต

หนึ่งในปัญหาที่ธุรกิจขนาดเล็กมักเจอ เมื่อไม่มีการจดทะเบียน VAT คือ ไม่สามารถออกใบกำกับภาษีให้กับลูกค้าหรือคู่ค้าได้ สามารถออกได้เพียงใบเสร็จรับเงินเท่านั้น ซึ่งก็จะทำให้ขาดโอกาสทางธุรกิจไปอย่างน่าเสียดายเช่นกัน เพราะลูกค้าบางกลุ่มก็ต้องการใบกำกับภาษีเพื่อนำไปลดภาระทางภาษีของฝั่งลูกค้าเอง

เช่น บริษัท A ให้พนักงานเดินทางไปดูงานต่างจังหวัดได้ แต่ค่าที่พักและค่าเดินทาง ต้องมีใบกำกับภาษีประกอบการเบิกเงินกับทางบริษัทเท่านั้น เนื่องจากทางบริษัทต้องนำไปลงบัญชี และบันทึกค่าใช้จ่ายของบริษัทเช่นกัน  ยังไม่นับรวมโอกาสทางธุรกิจอีกหลาย ๆ อย่าง ที่ธุรกิจขนาดเล็กพลาดโอกาสในการเติบโต เพียงเพราะไม่มีการจดทะเบียน VAT ไว้ตั้งแต่แรก

5. กิจการมีความน่าเชื่อถือ และมีตัวตนจริง

นอกจากนี้ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มยังช่วยให้บุคคลภายนอกเห็นถึงความน่าเชื่อถือ ตลอดจนการมีตัวตนของธุรกิจด้วย ซึ่งในปัจจุบันสามารถเช็กข้อมูลของนิติบุคคลที่จดทะเบียน VAT ได้ผ่านทางระบบ VAT INFO  นั่นหมายความว่า ลูกค้าหรือคู่ค้าสามารถเช็กความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของกิจการได้ผ่านระบบนี้ เพื่อนำไปพิจารณาในการเข้าใช้บริการหรือเป็นคู่ค้าร่วมกันในอนาคต เป็นต้น

ทำธุรกิจควรจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT เ

สรุป

จะเห็นได้เลยว่า การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT เป็นอีกหนึ่งสาระสำคัญของการทำธุรกิจในยุคนี้ เพราะไม่ใช่แค่ทำให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือ แต่ยังได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ขั้นตอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถดำเนินการได้ง่าย ๆ เพียงแค่ยื่นจด VAT ผ่านระบบออนไลน์ของทางกรมสรรพากรโดยตรง โดยสามารถยื่นจดได้ทั้งนิติบุคคล และบุคคลธรรมดาที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท

ทดลองใช้ฟรีได้ที่ : SMEMOVE

คู่มือการใช้งาน : HELP

ติดตามบทความอื่นๆของ SMEMOVE.com ได้ที่

บทความบัญชี: smemove.com/blog

Facebook: Facebook.com/smemove.th

Youtube: SMEMOVE