การดำเนินธุรกิจหรือประกอบอาชีพในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะบุคคลธรรมดาที่มีรายได้หลาย ๆ ทาง สิ่งที่ต้องตามมาก็คือ เพดานภาษีที่สูงขึ้น ซึ่งประเด็นที่หลายคนสงสัยกันมากที่สุด ก็คือการจด VAT ของบุคคลธรรมดา ว่าแตกต่างจากนิติบุคคลมากไหม แล้วการที่บุคคลธรรมดาจด VAT ต้องมีรายได้เท่าไหร่ถึงจะต้องดำเนินการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่สำคัญคือ หากไม่จดจะมีผลเสียอย่างไรบ้าง?

การจด VAT สำหรับบุคคลธรรมดา
การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT (Value – added Tax) นั้น ตามกฎหมายแล้วกำหนดว่า เมื่อมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี หรือในรอบ 12 เดือนย้อนหลัง จะต้องไปดำเนินการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อเข้าสู่กระบวนการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หากมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่ต้องจด VAT ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้โดนภาษีย้อนหลังหรือเสียค่าปรับนั่นเอง
การจดทะเบียน VAT ต้องดำเนินการภายในกี่วัน?
การจดทะเบียน VAT สำหรับบุคคลธรรมดา มีหลักเกณฑ์เดียวกันกับนิติบุคคล คือ เมื่อรู้แล้วว่ารายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี จะต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือแบบ ภ.พ.01 โดยสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่หรือพื้นที่สาขา หรือจะเลือกยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตก็ได้เช่นกัน
เอกสารที่ใช้จด VAT ของบุคคลธรรมดา
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือหนังสือยืนยอมใช้สถานที่
- เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้เป็นสถานประกอกบการ (กรณีเป็นเจ้าของ)
- สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งสถานประกอบการ
- แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานประกอบการ พร้อมภาพถ่ายสถานประกอบการ
- สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ใช้ประกอบกิจการ (ถ้ามี)

วิธีการจดทะเบียน VAT สำหรับบุคคลธรรมดา
- ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่เว็บไซต์ https://vsinter.rd.go.th/
- เมื่อเข้ามาสู่หน้าจดทะเบียน ให้เลือก “บุคคลธรรมดาที่ได้จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์โดยใช้อาคารชัดเป็นสถานประกอบการ (VAT Condo)”
- อ่านรายละเอียดของผู้ที่มีสิทธิยื่นคำขอจดทะเบียน พร้อมเตรียมรายการเอกสารให้ครบ
- กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน และยอมรับเงื่อนไขบริการของ NDID
- เลือกธนาคารผู้ให้บริการและเข้าสู่แอปฯ ธนาคาร
- ยืนยันข้อมูลการยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- รอผลการพิจารณาอนุมัติ หรือนำส่งเอกสารเพิ่มเติม (ถ้ามี)
- แจ้งผลการพิจารณาจดทะเบียน VAT สำหรับบุคคลธรรมดา
- รอรับใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ ภ.พ.20
เตรียมตัวให้พร้อม หลังจด VAT และได้ใบ ภ.พ.20
หลังได้รับใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ ภ.พ.20 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว บุคคลธรรมดาจะต้องออกใบกำกับภาษีขายเมื่อมีการขายสินค้าหรือบริการทุกครั้ง และต้องออกตามรูปแบบที่ถูกต้องตามกฎหมายกำหนด ส่วนการยื่นภาษีจะไม่ได้มีเพียงแค่ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่ยื่นแบบรายปีแล้ว แต่หลังจากที่บุคคลธรรมดาจดทะเบียน VAT จะต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
นอกจากนี้ หากมีการซื้อขายก็ต้องทำรายงานสรุปไว้ทุกครั้ง เพราะผู้ที่จดทะเบียน VAT สามารถนำภาษีขายมาหักลบกับภาษีซื้อได้ และหากภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ก็ยังสามารถขอคืนภาษีเป็นเงินสดหรือใช้เป็นเครดิตด้วยการพันยอดภาษีซื้อในเดือนถัดไปแทนได้เช่นกัน

จัดการบัญชีและ VAT ได้ง่าย ๆ ด้วยโปรแกรมบัญชี SMEMOVE
สำหรับบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียน VAT เป็นที่เรียบร้อยแล้วไม่อยากยุ่งยากเรื่องเอกสารทางธุรกิจ สามารถจัดการเอกสารได้ง่าย ๆ ผ่านโปรแกรมบัญชีออนไลน์ SMEMOVE เพราะนอกจากจะทำให้ติดตามรายรับ – รายจ่าย ได้อย่างแม่นยำแล้ว ยังมีสรุปรายงานให้ดูแบบง่าย ๆ และที่สำคัญคือ สามารถ Export ข้อมูลเพื่อนำส่งภาษีให้กับกรมสรรพากรได้ บอกเลยว่า การจัดการบัญชีและภาษีจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ทดลองใช้ฟรีได้ที่ : SMEMOVE
คู่มือการใช้งาน : HELP
ติดตามบทความอื่นๆของ SMEMOVE.com ได้ที่
บทความบัญชี: smemove.com/blog
Facebook: Facebook.com/smemove.th
Youtube: SMEMOVE








